Categories
ไม่มีหมวดหมู่

ศิลปะ-การเมือง : กรณีศึกษาภูเขาสีดำ [3/3]

LONGTRUK: Openlab #4

บทความเสพศิลป์บ่มีสม 02 โดย ผิว มีมาลัย

บรรณาธิการ: ภาอรุณ ชูประเสริฐ x สุพิชญา ขุนชำนิ

Chapter: VI

“ความเคารพคือสิ่งคู่ขนานระหว่างศิลปะ ชีวิต และการศึกษา”

เมื่อปรัชญาของ Dewey นำมาพัฒนาต่อที่ Black Mountain College พื้นที่ทดลองการศึกษาซึ่ง Rice เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นศิลปินได้วางรากฐานไว้อย่างดี จากนั้นเขาได้ติดต่อประสานงานเพื่อเชิญ Josef Albers ซึ่งต้องลี้ภัยทางการเมืองจากเบาเฮาส์ ประเทศเยอรมนี มาพำนักเป็นศิลปินและผู้สอนประจำ ตลอดจนวางรากฐานหลักสูตรศิลปะและการออกแบบคนแรกของสถาบันแห่งนี้


Josef Albers (1888–1976) จบการศึกษาจากสถาบันเบาเฮาส์ในปี ค.ศ. 1923 และเป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอนจากนั้นมา จนในปี ค.ศ. 1925 Walter Gropius มอบวิทยฐานะแก่ Albers ในฐานะมาสเตอร์รุ่นใหม่ของเบาเฮาส์และในปีเดียวกันนั้นเขาแต่งงานกับ Anneliese (Anni) Fleischmann (1899–1994) นักศึกษาที่เบาเฮาส์


ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1933 Josef Albers และภรรยาของเขา Anni Albers เดินทางโดยเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกสู่ Black Mountain College เมือง Asheville รัฐ North Carolina ซึ่งทั้งสองได้กลายเป็นกำลังหลักในงานสอนของสถาบันจนถึงปี ค.ศ. 1949

Josef Albers & Anni Albers at BMC

เมื่อ Albers เดินทางมาถึง Black Mountain College นักศึกษาที่รอต้อนรับถามขึ้นว่า “คุณจะสอนอะไรพวกเรา” Albers ตอบว่า ” Albers ตอบว่า “ทูโอเพ่นอายส์” (to open eyes)” นี้คือเป้าหมายความเป็นครูของเขา และหัวใจการเรียนการสอนของ Albers อยู่ที่ การสอนในการรับรู้ (teaching of perception) โดยเฉพาะการรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างธาตุทัศนะต่าง ๆ ในสนามทัศน์ (visual field)


ในวิชาออกแบบพื้นฐาน Albers มักจะเน้นย้ำแก่นักศึกษาให้ระมัดระวังถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในทัศนะความเป็นจริง เขากล่าวว่า เส้น รูปทรง สี และวัสดุ ไม่ควรเกิดขึ้นโดยตัวมันเองลอย ๆ สิ่งเหล่านั้นควรเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้ความร่วมมือกันและกัน และไปด้วยกันได้ดี เขาย้ำเสมอว่ามันต้องสนับสนุนกันและไม่ฆ่ากัน

Albers มองธาตุทัศน์ต่าง ๆ ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมในธรรมชาติ มนุษย์ และสังคม โดยการเชื่อมปฏิสัมพันธ์ของธาตุทัศน์กับมนุษย์ได้พัฒนาไปสู่มโนทัศน์ที่ว่าด้วย “การเคารพ” (respect)”

Josef Albers class at BMC


เขากล่าวว่าเราต้องเคารพวัตถุอื่น ๆ หรือสี หรือแม้แต่เพื่อนบ้าน รวมถึงให้ความเคารพต่อคนที่คุณไม่สนใจ นักศึกษาคนหนึ่ง ได้บันทึกในชั้นเรียนของ Albers ไว้ว่า


ความเคารพคือสิ่งคู่ขนานระหว่างศิลปะ ชีวิต และการศึกษา


ในปี ค.ศ. 1948 ทาง Black Mountain College ตกลงติดต่อประสานให้ Bertrand Goldberg สถาปนิกจากชิคาโกรับหน้าที่ผู้สอนในภาคเรียนฤดูร้อนแต่ถูกยกเลิกกะทันหัน Goldberg แจ้งให้ทางสถาบันทราบว่าเขาได้หาคนสอนแทนไว้แล้ว นั่นคือ Buckminster Fuller


ในเวลานั้น Albers ดูจะรู้สึกเป็นกังวลไม่ใช่น้อยที่ทางสถาบันต้องทำหนังสือเชิญบุคคลที่ไม่รู้จักมาสอนในนาทีสุดท้าย เขาจึงชะลอจดหมายเชิญออกไป และในที่สุด Buckminster Fuller ก็เดินทางมาถึง Black Mountain College หลังจากเปิดภาคเรียนไปแล้วสองสัปดาห์


จากนั้นเพียงสองวัน Albers ได้เขียนจดหมายถึง Goldberg เพื่อขอบคุณที่ส่ง Fuller ผู้ที่ทำการบรรยายได้ถึงสามสี่ชั่งโมงทุกคืน และทางสถาบันหวังว่า Fuller จะกลับมาอีกในภาคเรียนฤดูร้อนปีถัดไป


ส่วนช่วงฤดูหนาวนั้น Bucky Fuller สอนและบรรยายที่ Institute of Design ที่ชิคาโกซึ่งเขาพำนักและร่วมงานกับนักศึกษาจาก Black Mountain College สองคนได้แก่ Warren Outten Mary และ Phelan Outten ที่ติดตามไป

Buckminster Fuller at BMC


ในปี ค.ศ. 1948 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Buckminster Fuller เมื่อเริ่มการสอนภาคฤดูร้อนที่ Black Mountain College จะเห็นได้ว่าทฤษฏีแนวคิด Dymaxion ของ Bucky ยังพัฒนาไปไม่ถึงจุดของการผลิตใช้จริง ผลงานมากมายที่คิดค้นขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในรูปของโมเดลต้นแบบเช่น วิจิตตา เฮ้าส์ (Dymaxion Dwelling Unit) บ้านพักอาศัยทุนต่ำสำหรับวิกฤตหลังสงคราม


การศึกษาภาคฤดูร้อนที่ Black Mountain College เปิดโอกาส Bucky Fuller ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ครั้งแรกในชีวิต เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ขับเคลื่อนวิชาชีพของเขาในเวลาต่อมา และทำให้มีเวลาย้อนกลับไปพัฒนาฉากทัศน์ของโลกกับเทคโนโลยีด้วยโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ของ geodesics หลังจากประสบความสำเร็จในการทำแผ่นคลี่แผนที่โลก หรือที่เรียกว่า Dymaxion World Map ในปี ค.ศ. 1946

ในวิชาของ Bucky Fuller มักมีผู้เข้าร่วมล้นชั้นเรียน ทั้งที่นักศึกษาลงทะเบียนเพียง 4 คนเท่านั้น และต่อมานักศึกษาทั้ง 4 ได้เป็นสถาปนิกและนักออกแบบและก่อสร้างที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Albert Lanier, Lu Lubroth, Warren Outten และ Paul Williams ส่วน Kenneth Snelson (1927 –2016) เด็กหนุ่มจาก Oregon นักศึกษาอีกคนที่ติดตาม Bucky แต่ไม่ได้ลงทะเบียนวิชาสถาปัตย์ เขากลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในเวลาต่อมาเช่นกัน

Public sculpture: Kenneth Snelson


ไม่เฉพาะนักศึกษาจากวิชาอื่น ๆ เท่านั้นที่ชอบเข้าฟังบรรยายของ Bucky Fuller บรรดาผู้สอนและผู้ช่วยสอนก็ยังเข้าร่วมชั้นด้วย โครงการภาคฤดูร้อนที่ Black Mountain College ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการเชื้อเชิญศิลปิน นักคิด นักดนตรี หลากหลายเข้ามาทำโครงการร่วมกับนักศึกษา


ครั้งหนึ่ง Bucky Fuller ได้ร่วมแสดงละครเรื่อง Baron Medusa โดย Arthur Penn (1922 –2010) นักศึกษาในเวลานั้นเป็นผู้กำกับ นอกจาก Bucky Fuller แล้วหลักสูตรภาคฤดูร้อนยังได้ John Cage (1912–1992) นักประพันธ์เพลง นักทฤษฏีทางดนตรีและศิลปินผู้มาก่อนกาล ผู้บุกเบิกเปิดพื้นที่และการตีความในดนตรี


Merce Cunningham (1919 –2009) นักเต้นผู้ชื่นชอบการทำงานร่วมกับศิลปินและการข้ามศาสตร์ร่วมกับ John Cage, David Tudor, Brian Eno, Robert Rauschenberg, Bruce Nauman, Andy Warhol, Roy Lichtenstein, Frank Stella, and Jasper Johns และเป็นผู้ก่อตั้ง Merce Cunningham Dance Company ในปี ค.ศ. 1953


Edgar Kaufmann Jr., (1910 –1989) ผู้อำนวยการแผนกออกแบบอุตสาหกรรมที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MOMA) นิวยอร์คเวลานั้น และโปรเฟสเซอร์ด้านสถาปัตย์และประวัติศาสตร์ศิลปะจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย


Willem de Kooning (1904 –1997) ศิลปินจาก New York ผู้ได้ชื่อว่าศิลปินแนวหน้าใน Abstract Expressionist มีช่วงเวลาที่พิเศษสุดในการพัฒนาผลงานของตนระหว่างพำนักและสอนอยู่ที่ Black Mountain College และผลงานชิ้นนั้นได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ(Turning point) ของKooning

ผลงานชิ้นที่ Willem de Kooning สร้างขึ้นระหว่างพำนักที่ Black Mountain College ปีค.ศ. 1948.

ในเวลาต่อมา Beaumont Newhall (1908 –1993) นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ภัณฑารักษ์ นักเขียน และศิลปินถ่ายภาพคนสำคัญ ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยสอนให้ Bucky Fuller ในวิชาสถาปัตยกรรมอีกด้วย

ในโครงการภาคฤดูร้อนปีต่อมา (1949) Bucky Fuller ได้ชวนเพื่อนอาจารย์จากชิคาโก ได้แก่ Emerson และ Diana Woelffer, John และ Jano Walley มาร่วมโครงการฯ และนาฏศิลปินจากอินเดียสองคนคือ Vashi และ Praveena ผู้เป็นภรรยา ซึ่งได้รับทุนศึกษาวิจัยที่มหาวิยาลัยชิคาโก มาสอนในวิชาเต้นรำภาคฤดูร้อนที่ Black Mountain College อีกด้วย

John Cage, Merce Cunningham, Elaine de Kooning, Robert Rosenberg at BMC

มิตรภาพความสัมพันธ์ของเหล่าคณาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1949 มีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนา โครงการจีโอเดสิกโดม ของ Bucky Fuller จนประสบผลสำเร็จในที่สุด หลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น John Cage, Merce Cunningham, Ruth Asawa, Theodore และภรรยา Barbara Dreier และ Josef กับ Anni Albers ร่วมกับภาควิชาฯ


Chapter: VII


ปัจจุบันแนวทางการศึกษาแบบก้าวหน้าของ Black Mountain College ได้กลายเป็นต้นแบบความคิดที่ท้าทายระบบการศึกษาทัศนศิลป์แบบประเพณีนิยม ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สอง (post war education) แม้ทุกวันนี้ข้อเรียกร้องต่อแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของไทยยังไปไม่ถึงไหน


ศิลปะ-การเมือง กรณีศึกษาภูเขาสีดำ อาจไม่ใช่เพียงการพิจารณาประวัติศาสตร์การทดลองการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ แนวคิดจิตนิยมกับปฏิบัตินิยมของ Benedetto Croce และ John Dewey เท่านั้น แต่เป็นการพิจารณาถึงความเป็นไปได้และทางเลือกอื่น ๆ ในแนวทางการศึกษาแบบก้าวหน้าของโรงเรียนประณีตศิลป์หรือมหาวิทยาลัยศิลปากร ปฐมบทและมูลฐานของระบบการศึกษาทัศนศิลป์ในประเทศไทยที่ส่งอิทธิพลถึงปัจจุบัน


หากพิจารณาคำกล่าวของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ซึ่งบันทึกโดยศิษย์ในฐานะคำพูดซึ่งเป็นชุดความจริงชนิดหนึ่งก็จะพบว่า ท่านแสดงทัศนะที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Benedetto Croce เมื่อกล่าวว่า “พวกเธอต้องเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ก่อน…แล้วจึงเรียนศิลปะ” และสอดคล้องกับแนวคิดของ John Dewey เมื่อกล่าวว่า “ศิลปะไม่ได้สอนให้วาดรูปเป็น…แต่สอนให้เธอรู้จักใช้ชีวิต


ศิลปะคือญาณทัศน์ หรือ ศิลปะคือประสบการณ์ คำพูดเชิงอุปไมยของศาสตร์จารย์ ศิลป์ พีระศรี ยังคงผลิตซ้ำและตอกย้ำความจริงบางประการในเป้าหมายทางการศึกษาและข้อโต้แย้งในแวดวงทัศน์ศิลป์ของไทยต่อไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วความเชื่อที่ว่าศิลปะคือญาณทัศน์หรือศิลปะคือประสบการณ์ ได้กลายเป็นเรื่องการเมืองไปในที่สุด


ไม่ว่าศิลปะจะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ ถึงอย่างไรการเมืองก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับศิลปะวันยันค่ำ…พี่เชื่อไหม…ผมเคยเอานกหวีดพ่อที่แขวนบนผนังห้องรับแขกไปทิ้ง” เด็กหนุ่มผมยาวคนนั้น วันนี้ตัดผมสั้นทรงสมัยพูดพรางเดินออกไปจากศาลาแปดเหลี่ยม ตรงไปที่ตลิ่งล่วงพันลำที่เตรียมไว้ พร้อมกลัดไม้ขีดออกจากกระเป๋า ขีดไฟให้ลุกละเลียดจนได้ควันและกลิ่นที่โรยเข้ามาในศาลา เขารีบดีดเสี้ยวไม้ที่มอดไหม้ใกล้ถึงปลายนิ้ว ให้เห็นวูบไฟจุดเล็ก ๆ พุ่งออกไปในสระ หายไปในความมืดของคืนหม่นในช่วงปิดภาคฤดูโควิด 19


เอกสารอ้างอิง

 ส่วนหนึ่งจากบทความ: การสืบสวนสอบสวนของ FBI ที่วิทยาลัยศิลปะ Black Mountain โดย: Carmelo Pampillonio & Chava Krivchenia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *